วันจันทร์เมื่อกี๊แอบไปช็อปร้านขายแผ่นเสียงอันเลื่องชื่อนามระบือ PS audio ของเฮียปัก(ใครก็ไม่ทราบ)
ชอบตรงที่เวลาไปซื้อแผ่นแล้วได้คุยกับคนขายนี่แหละ เวลาไปเลือกแผ่นนี่ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดจะเป็นนักร้องที่ไม่รู้จักมาก่อน
วิธีเลือกก็เลยต้องดูจากโหง๋วเฮ๊งหน้าปกเอา ปกไหนสวยๆสภาพแหล่มๆหน่อยก็เอาแล้ว ไม่เลือกมาก
อย่างรูปด้านบนเป็นแผ่นของ bernie taupin เห็นสภาพปกเรียบร้อยก็หยิบมา ลองเปิดฟังพบว่าไม่ใช่เพลง
เป็นการอ่านกวีปนๆไปกับดนตรีแบ็คกราว จะว่าเพราะก็ไม่เพราะหรอกแต่มันน่าสนใจ ทั้งที่ฟังไม่ออกว่าพี่ชายนั่งเอามือกุมเป้าทั่นนี้แกบ่นอะไร
ลองเสิรชในเน็ทดู นอกจากจะไม่ทราบว่าแกบ่นอะไรแล้ว ยังพบว่าที่แท้แกเป็นผัวทั่นเซอร์ elton john ทั่นนี้นี่เอง
เป็นคนเขียน lyric ให้ single ดังๆของทั่นเซอร์มานักต่อนัก
อีกแผ่นที่เลือกจากปก ชื่อ guava jam (แยมฝรั่งขี้นก) เป็นเพลงของพี่ๆชาวฮาวาเอี้ยน ฟังแล้วแบบ ..ฮาว๊าย ฮาวาย
คนฮาวายเขามีเอกลักษณ์ดี ตัวคล้ำๆแดงๆ ล่ำหน่อย ยิ้มซื่อๆ เหมือนคนไทย มีพวงกล้วยไม้พันรอบคอ มือซ้ายถือสัปปะรดมาตั้งแต่เกิด
ที่ปกด้านในเค้าเขียนไว้งี๊.. "What is a guava ? well that is our whole point. You know what a pineapple is
---right? Well try something new ...you will love guavas, and GUAVA JAM." ..เข้าท่าแฮะ
เพลงสมัยโน้นค่อนข้างหลากหลายเอามากๆ มีทุกแนว ทุกประเทศ อย่างเพลงแนวฮาวายนี่ก็ขายกันซีเรียสจริงจังเลยนะ แต่เดี๋ยวนี้หายไปหมดแล้ว ไม่ฮิต
เคยหยิบแผ่นนึงมาหน้าปกเป็นรูปผู้หญิงเปลือยนม ลองเปิดฟัง เป็นเพลงแนวอีโรติกเอ็กซ์ ว่ากันตรงๆเป็นเสียงคนมีเซ็กส์คลอไปกับดนตรีดากๆ
ไม่เคยฟังจบแผ่นซักที คงจะคล้ายๆสมัยนี้ที่คนดูหนังโป๊กันน่ะนะ แค่ว่ายุคนั้นมันมาได้แค่เสียง ..ก็ยังดี
ร้านเฮียปักที่ว่านั่นที่จริงแกขายหลอด vacuum tube แต่ก็จะมีแผ่นเสียงเป็นพันๆแผ่น แบบว่าต้องนั่งรื้อกันเอาเอง เจอก็เจอ ไม่เจอก็เรื่องของมึง
โม้กันว่าร้านเฮียแกมีหลอดแยะที่สุดในประเทศไทย มีทุกยี่ห้อ ทุกประเทศ ที่เคยผลิตกันมา
ไปร้านเฮียคราวนี้เพิ่งประจักษ์กับตาว่าแฟนคลับร้านเฮียแกมีแต่หนุ่มใหญ่วัยชรากันแน่นร้าน
ด้วยความที่เราก็เล่นของเรามั่วๆคนเดียวตั้งแต่แรก นึกว่าวัยขบเผาะๆที่ไหนก็เล่นแผ่นเสียงซะอีก
ถึงว่าสิของราคาเป็นหมื่นเป็นแสนเอามาประกาศขายในเน็ทยังมีคนบ้าตามไปซื้อ ถ้าเป็นวัยรุ่นนี่มีปัญญาซื้อ soken MP3 ก็บุญแล้ว
นอกจากจกได้มาห้าแผ่นแล้วยังแอบเด็ด sansui reverberation RA500 เก๋ๆตัวนี้มาอีกด้วย
อธิบายง่ายๆคือเจ้าตัวนี้เป็นตัวทำเสียงก้องๆ เหมือนอยู่ใน hall ใหญ่ๆน่ะ ถ้าเป็นเดียวนี้คลิกๆในวินแอมป์สองทีก็ได้เสียงนี่มาแล้ว
ประโยชน์น้อยหน่อย ไม่มีใครเอา ถูกวางในหลืบฝุ่นจับ เฮียแกแทบจะยกให้ฟรีๆ ถึงปานนั้นก็ยังหน้าด้านซื้อมาตัวละพันห้า
ชอบที่มันสวย ยังใช้งานได้ดี ต่อผ่านกีต้าร์แทนเอฟเฟ็คเชยๆก็ยังพอไหว ของจริงสวยกว่าในรูปนิดหน่อย
อ่านหนังสือของ วานิช แล้วรู้สึกอินอย่างปะหลาด เหมือนว่าเป็นร่างอวตาร์กันมาเลยทีเดียว
ชอบที่ปกหลังแกเขียนเอาไว้ประมาณว่า
..ไอ้การจะเขียนถึงเรื่องของตัวเองเนี่ย มันจะมีเส้นแบ่งที่มองไม่เห็นขีดเอาไว้
ซึ่งคนเขียนเองจะต้องมองให้เห็นไอ้เส้นที่มองไม่เห็นนี่ให้ได้ เอาให้พอดีๆ ไม่ต้องเขียนให้ตัวเองดูหล่อเทพเกินไป
เล่าเรื่องตัวเองให้เหมือนเขียนเรื่องคนอื่น
(บันทัดสุดท้ายนั่น เพิ่มเข้าไปเองไม่ได้มีอยู่บนปกนะ)
เล่มนี้ซื้อมานานแล้ว แต่เราว่ามันน่าจะเชยๆเน่าๆเขียนเรื่องตัวเองอะไรอย่างงี๊
ไม่กล้าอ่าน เพิ่งจะมาเร่ิมอ่านอีตอนที่เห็นปกหลังนี่แหละ
อ่านแล้วรู้สึกปานว่าตัวเองเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเองกับมือซะอย่างงั้น
มันก็เหมือนว่าเป็นธรรมดาของคนวัยโน้นวัยนี้ มองเข้าไปลึกๆข้างในจะรวยมากจะจนน้อย มันก็เหมือนกันหมดไง
อย่างตอนเป็นเด็กนี่อะไรก็ดูหวือหวาใหม่ๆไม่เคยพบเคยเห็น
พอเป็นวัยรุ่นพลังเยอะ เริ่มเป็นผู้ใหญ่แต่ยังรักสนุกเป็นเด็กๆทำโน่นนี่นั่นได้ เหนื่อยยาก สนุกง่าย
พอเริ่มทำงานก็ซังกะตายอย่างที่เห็นๆกันอยู่ ส่วนแก่กว่านี้จะเป็นยังไงตอนนี้ยังไม่ทราบ
เราก็บอกได้แค่วัยที่เราเคยผ่านมา
แต่หนังสือเล่มนี้คนเขียนเขาอายุหกสิบแล้วไง เขาก็เล่าได้หมดทุกวัย
นี่ถ้าตายแล้วยังเล่าได้ แกคงเล่าไปแล้ว เพราะแกตายไปแล้วจริงๆ
ใครอยากแอบทราบว่าแก่กว่านี้จะเจออะไรบ้างคิดยังไงบ้าง
ก็น่าจะลองหามาอ่านดูไม่เลี่ยน ไม่ต้องไปสนใจอะไรอื่นให้มากมาย จับผิดความคิดตามวัยนี่แหละ
..จะได้เตรียมตัวชราอย่างมีสไตล์