ไปเจอเว็บนึงมา เว็บเกี่ยวกับหนังนี่แหละ
 
 http://www.filmsite.org/
 
รวมชื่อหนังเก่าไว้เยอะมาก อาจไม่เยอะเท่า IMDB นะ
 
แต่เขามีการจัดหมวดหมู่ไว้ให้เสร็จสรรพ ข้าพเจ้าเป็นลูกค้าประจำอยู่สอง section
หมวดหนังโป๊กับหนังหักมุมนั่นเอง อยากรู้ว่าเขาหักกันยังไงได้อีก
 
ถึงขนาดมีการรวบรวมมุกหักมุมโหลๆไว้เป็นสูตร 7 รูปแบบเลยทีเดียว
 
Types of Major Plot Twists
  • death-dreams or fantasies at the point of death
  • time period shifts
  • flashbacks that reveal hidden elements, explanations or motives
  • mind-bending stories
  • virtual reality worlds
  • character or identity switches
  • films that are a "film-within-a-film"
 
 
แต่หนังไทยเราไปไกลกว่าเขาเยอะ เรามีพล็อตแบบว่าให้พระเอกจูบกับผู้ชายได้ด้วย (แอร๊ยยย..  หักมุมจัดๆ)
 
 
ดูหนังโป๊ดีกว่า 
หนังยุคเก่า 70's ดีอย่างนึงคือฉากโป๊ยังเป็นที่นิยมกันมาก
คนที่เขาทำหนังจริงๆก็สามารถทำหนังโป๊ได้ มันดูเป็นหนังด้วย แล้วก็โป๊ด้วย โป๊แบบซีเรียสจริงจัง
 
แถมนางเอกก็งามกันทุกคน ดูว่าสวยเลยแหละ สวยแบบเดิมๆบ้านๆ 
เหมือนเอาดาราหนังมาแก้ผ้า แทนที่จะเอาดาวยั่วมาแสดงน่ะ
 
เป็นเรื่องราวในรั้วในวังโรงงานอุตสาหกรรม..  คนนอกวงการอาจจะงงมากกว่า พอดีไปเจอลูกพี่ของผู้จัดการของยูเนียนที่บิ๊กซี เลยนึกหมั่นไส้ขึ้นมา (หัวหน้าที่เคยเห็นว่าเลวๆโง่ๆคนก่อนๆมักจะเลวน้อยกว่า หรือมีวิสัยทรรศน์ดีกว่าหัวหน้าคนปัจจุบันเสมอๆ  ..เมื่อเราจากเขามาแล้ว) :::::::::::::::::::: วันนี้ข้าพเจ้าขอมานำเสนอ ระบบการผลิตแบบจีน ข้าพเจ้าชื่นชอบระบบนี้มากแม้ว่ามันยังไม่บูมในวันนี้  แต่เชื่อว่าสักวันจะมาแน่ เมื่อญี่ปุ่นเริ่มฝ่อแต่จีนกำลังร้อนแรงปานนั้น คราวที่ฮิตการแมสนั่นน่าจะมาจากพี่ฝรั่ง คราวญี่ปุ่นบูมเราก็บ้าตามเขา คราวนี้ตาพี่จีน  จะเปรียบเทียบให้เห็นสั้นๆเป็นข้อๆนะ Lean : เน้นการหลอกตัวเอง Jean : เน้นหลอกลูกค้า Lean : safety / 5s / kaizen Jean : ของพวกนี้แม่งตัวเปลืองตังค์ เคยคิดกันมั๊ยว่าถ้าไม่ต้องปลอดภัยกันมากมายโอเวอร์ เราจะประหยัดเงินให้องค์กรได้มากเท่าไร ห้าสอ กับไคเซนนี่ยิ่งตัวดี บางทีก็ห้าสอกันบ้าๆบอๆ ห้าสอไม่เคยได้มาฟรีๆ และไม่เคยราคาถูกด้วย Lean : ทำเพื่อให้เข้า OEM และให้เขามาล้วงตับต้นทุน Jean : ทำเพื่อขายปลีก ราคาดีกว่ากันแยะ ปัญหาก็น้อยกว่า Lean : ของที่ส่งให้ลูกค้าต้องไม่มีตำหนิ คุณภาพร้อยเปอร์เซ็นต์ Jean : คุณภาพไม่ใช่พ่อ อั๊วะขายของอั๊วะได้ละกัน Lean : สต็อกน้อยๆโชว์ทักษะการบริหาร Jean : กูก็กองซิ งานสมูทกว่าเยอะ จัดการก็ง่าย Lean : 5why analysis หาสาเหตโดยการถามว่าทำไมๆๆๆๆห้าครั้งติดๆ why why why why why (ปรกติคนจะเร่ิมต่อยปากกันตั้งแต่ why ที่สามแล้วหล่ะ) Jean : 2Y ก็พอ  YUAN YUAN (หยวน หยวน) สามารถแก้ได้เนียนๆทุกปัญหา เคยเห็นคิวเอตรวจงานฉีดหน้ากากเครื่องเสียงส่งโซนี่ทั่นอั้นนี่ล่ะ แม่งตาดีเกิน จุดเล็กๆเท่าจู๋มดแม่งก็คัดทิ้ง แอคชั่นกันแทบขี้เป็นเลือด กว่าจะหายก็เป็นอาทิตย์ๆ งานช๊อตชิบหายกันหมด ถ้าเป็นคนจีนนะมึงขายแม่งทั้งอย่างงั้นล่ะ ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร อะไรไม่เป็นปัญหาก็อย่าสร้างปัญหา  บางทีเราก็ต้องเอาเข็มจิ้มตาคิวเอไว้ข้างนึงล่ะ  มาแบบงงๆ ไปแบบงงๆ  เขียนยาวก็จะยาวไป   น่าเอาไปเรียบเรียงยาวๆเป็นหนังสือเนาะ subject นี้ ..อะไรก็ไม่ทราบ

 
ความชิลไม่เข้าใครออกใคร ใครๆก็อยากจะชิล แต่ชิลใครก็ชิลมัน
คนเราชิลไม่เท่ากัน  ยกตัวอย่างเช่นที่บางแสนนั่นหล่ะสักปีสองปีที่ผ่านมาขอเรียนตามตรงว่า
มีเพื่อนฝูงญาติมิตรหลายสาย มาเยี่ยมเยียนกันแบบหัวกระไดบ้านไม่แห้งกันเลยทีเดียว (ที่จริงเขาก็มาเที่ยวของเขานั่นหล่ะ)
เหมือนว่าหนีตายไฟสงครามมา แสวงหาความชิล 
 
อยากกินอาหารทะเล
อยากเดินจูงมือเก็บเปลือกหอยชายหาด 
มีชาวเลตัวดำๆใจดีจับปลาตัวโตๆขึ้นมาโชว์
พอตกเย็นชาวประมงใจดีนั่งล้อมกองไฟร้องเพลงอโลฮ่า 
มือซ้ายถือสัปรด มือขวาถือปลาย่าง
 
ข้าพเจ้าเคยรับรองญาติของเพื่อนอยู่คราหนึ่ง เป็นไฮโซบ้านนอก เขาก็อยากจะชิล
ข้าพเจ้าพาไปรับประทานอาหารร้านแบบโหลๆเลย ร้านแบบให้มาเองกูก็ไม่มาว๊ะ 
ไม่เจอเพื่อนนานเตรียมตังไปเลี้ยงมันซะหน่อย
สั่งเหล้ามา มิ๊กมา อาหารมาเต็มเหนี่ยว
 
พอญาติเพื่อนมาถึงก็จัดทัพเสริม "น้องคะ กุ้งสองโล ปูสองโล ค่ะห์" 
เขาเข้าใจว่าอาหารทะเลมันถูกเพราะอยู่ใกล้ทะเล 
ข้าพเจ้างี๊นั่งเอาเล็บจิกแขนตัวเองด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง (..ห่าราก โลละหกร้อย) 
ี่่ที่เจ็บปวดกว่านั้นคือคนสั่งเปิดตูดหนีกลับตั้งแต่ยังไม่เช็คบิล
 
 
..ศิลปะแห่งการสั่งอาหาร
การสั่งอาหารตอนกินกันหลายๆคนนี่ต้องดูให้ดี 
ปรกติข้าพเจ้าจะสั่งอาหารเกินจำนวนคนไว้หน่อย อย่างถ้ามา 4 คน ก็สั่ง 5-6 อย่าง
มาห้าคนก็สั่งหกเจ็ดอย่าง  จากนั้นก็มาประเมินต่อว่า ในห้าหกอย่างที่กำลังจะสั่งควรมีอะไรบ้าง
 
ฟังก์ชั่นของอาหารรับรองแขกผู้มีเกียด
1.ปริมาณที่สั่งต้องพออิ่มให้ได้ ควรมีรายการอาหารดากๆถูกๆสักสองอย่าง
2.ต้องมีอาหารพื้นถิ่น ไว้ต้อนรับแขก 
3.ต้องมีอาหารแบบที่ว่า มึงไม่เคยกินอ่ะดิ (กูก็ไม่เคยว่ะ) เก๋ๆไว้บนโต๊ะสักจาน อย่างกุ้งมังกรเทมปุระ 

 
 
 
วันก่อนเสวนากับปราชญ์ชาวกัมพูชา
ทั่นถามข้าพเจ้าว่า เคยรู้สึกว่าลำบากที่สุดเมื่อไร
 
ข้าพเจ้าแจ้งว่าน่าจะเป็นตอนตกงาน กับอะไรอีกสองสามอย่าง  
ปราชญ์กัมพูชาถามอีกว่า แล้วต้องแค่ไหนถึงรู้สึกจะลำบากสุดๆ
 
ข้าพเจ้าว่า แบบว่าสถานะการณ์เลวร้ายสุดๆ น่าจะแบบตัวเองป่วยเป็นมะเร็ง
หรืออะไรที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ไหว แล้วแม่ก็เป็นอำมพาดให้ยายทวดเป็นคนดูแล
แถมมีลูกสาวสามคนที่เป็นออทิสติก ลูคิเมีย ไตวาย ที่ต้องไปหาหมออาทิตย์ละ 3 ครั้งๆละเจ็ดแปดพัน
 
ลำบากแบบที่ไม่มีทางออกอะไรซักอย่าง
ต้องใช้ปาฏิหารย์ 7-8 อย่างรวมกันถึงจะแก้ปัญหาได้ทั้งหมดน่ะ 
 
ปราชญ์กัมพูชาจึงชี้แจงไว้ว่า 
นั่นหมายความว่าสถานการณ์ปัจจุบันทั่นยังห่างไกลความลำบากแบบที่ว่านั่นอยู่โขนัก
 
 
ข้าพเจ้าต้องหันไปมองค้อนนักปราชญ์กัมพูชา  
..ทั่นอยากฟังเรื่องความสบายที่สุดของข้าพเจ้าบ้างไหมล่ะ..

เราก็จะรักเขาอยู่ดี

posted on 19 Apr 2011 21:43 by jesda-b


 
 
ช่วงสงกรานต์ตะกี๊ไปรับหลานมาอยู่ด้วย
หลานผู้หญิงกุ๊ยๆนี่หล่ะ อยู่ ป.สอง เวลาสั้นๆไม่กี่วัน ..แต่ข้าพเจ้าก็เรียนรู้ไว
 
อย่างที่เสี่ยตุ้ยแกว่าเอาไว้ว่าเด็กมันพลังเยอะ เราสู้เขาไม่ไหว ..ซึ่งก็ตามนั้น
วันๆไม่ต้องทำอะไรมาก คอยห้ามโน่นห้ามนี่ก็พอ ทำตัวให้น่าเบื่อๆเหมือนผู้ใหญ่ธรรมดาๆ
 
นอกจากพลังจะสู้ไม่ไหวแล้วเรื่องความคิดความอ่านนี่ข้าพเจ้าก็ประมาทเขาไว้เยอะเกิน
เขามีเหตผลจนน่าตกใจ เหตุผลแบบเด็กๆนั่นหล่ะ แต่ก็ทำเราไม่กล้าโกหกไปเลย 
คล้ายๆว่าเราเป็นหมาที่กำลังถูกฝึกให้ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ขึ้นบ้าง
 
ข้าพเจ้าว่าเด็กๆมันน่ารักดี ไม่ได้ว่าน่ารักแบบดาราเด็กนะ 
คือถ้าเป็นญาติกัน หรือ รู้สึก relate กันแล้ว ต่อให้หน้าตาเหมือนขี้หมาหรือเด็กเปรตปานไหนเราก็จะรักเขาอยู่ดี
 
 
เขาช่วยสอนเราว่า "ไม่ต้องคิดอะไรอื่น คอยห้ามหนูให้ดูน่าเบื่อๆก็พอค่ะ"
เวลาสั้นๆที่ว่าข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนว่ามีร่มโพธิ์ร่มไทรให้กาฝากเหี่ยวๆอย่างข้าพเจ้าได้ยึดเกาะเลยทีเดียว
 
 
..ที่จริงเรายังต้องพึ่งเขาอยู่อีกเยอะ พวกเด็กๆน่ะ

สมองหมาปัญญาชน

posted on 09 Mar 2011 23:32 by jesda-b
 
 
หุดหิดโฆษณาอยู่สองสามอย่าง 
 
อันดับสามโฆษณาประเภทว่าทำสิ่งเล็กๆทาสีวาดรูปแล้วจะเปลี่ยนสังคมได้จริงๆ 
แบบที่พี่ตูนทำกับสังคมไทยในโฆษณาเอ็มร้อยห้าสิบ เป็นแนวคิดที่บางกอกมากๆ 
..ไม่มีพิษภัยแค่เลี่ยนๆ
 
 
 
อันดับสอง หุดหิดโฆษณาประกันชีวิต / เงินกู้ / เงินด่วน
เห็นเขาทำภาพทำเสียงออกมานิ่มๆแล้วหมั่นไส้ ไอ้พวกนี้เลวอันดับสอง เหมือนว่าหวังดีนักหนา
เพิ่งเห็นโฆษณาประเภทนี้มาบูมเอามากๆช่วงไม่กี่ปีนี่แหละ ช่วงที่คนเริ่มเป็นหนี้กันเยอะแยะ 
จำโฆษณารูดปรื๊ดๆได้มั๊ย โฆษณาที่แบบว่า"ทั้งร้านนี้ ราคาเท่าไร" โฆษณาเงินเชื่อหรูๆหล่อๆหมดยุคไปแล้ว
..นรกกลับชาติมาสูบ
 
 
อันดับหนึ่งเป็นโฆษณา สสส. เป็นองค์กร propaganda แฝงเข้ามาในสังคมแบบแหลๆ 
เห็นทีไรก็หุดหิด เอาเงินหลวงมาทำโฆษณาดากๆอย่างนี้ได้ยังไง ยุให้ชาวบ้านทำบ้าๆบอๆแล้วบอกว่าจะคูล
หลอกให้เอาเศษอาหารเศษผักมาทำเตาแก๊ซแล้วก็ไปบอกต่อๆกันอะไรแบบนั้น
..ดูแล้วรู้สึกว่ากระทรวงนี้ป่วย  
 
 
ติเขาไปเรื่อย เรื่อย เรื่อย  ..ติเพื่อต่อยครับ

homemade song : ทำเอง เออเอง

posted on 04 Jan 2011 19:21 by jesda-b

edit @ 4 Jan 2011 20:47:30 by chopstick บางแสน

มีคนไม่สนิทเท่าไรมาขอเหล้าปีใหม่ 
ก็ไม่ได้มากมายอะไรหรอกเหล้าถูกๆ
จะเอาตังให้เฉยๆมันก็ดูแหม่งๆเกรงใจเขา เลยหาซองใส่ให้ไปสองร้อย ไม่รู้ว่าจะบาปหรือเปล่า
ตอนนั้นดันเผลอแว๊บคิดขึ้นมาว่า ..ใส่ซองทำบุญยังเยอะกว่านี้อีก
 
มันก็จริงนั่นหล่ะ ใส่ซองผ้าป่าแล้วไม่รู้เงินมันไปไหนนัก คนไม่สนิทด้วยยังมาแจกกันได้ลงคอ
ด้วยความที่เคยเป็นเด็กวัดมาก่อนเข้าใจได้เลยว่าเงินทำบุญก็คือเงินนั่นหล่ะ 
บางทีคนที่เขาเอาไปใช้ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก
 
แค่อีตอนรับเงินจัดพิธีการให้เนียนๆหน่อย ญาติโยมเขาจะได้สบายใจ รู้สึกเป็นคนดี  ..ส๊าาาโท
 

 

 
 

หนาวหลาว

posted on 10 Dec 2010 00:30 by jesda-b


 
 
 
 
วันจันทร์เมื่อกี๊แอบไปช็อปร้านขายแผ่นเสียงอันเลื่องชื่อนามระบือ PS audio ของเฮียปัก(ใครก็ไม่ทราบ)
 
ชอบตรงที่เวลาไปซื้อแผ่นแล้วได้คุยกับคนขายนี่แหละ เวลาไปเลือกแผ่นนี่ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดจะเป็นนักร้องที่ไม่รู้จักมาก่อน
วิธีเลือกก็เลยต้องดูจากโหง๋วเฮ๊งหน้าปกเอา ปกไหนสวยๆสภาพแหล่มๆหน่อยก็เอาแล้ว ไม่เลือกมาก
 
อย่างรูปด้านบนเป็นแผ่นของ bernie taupin เห็นสภาพปกเรียบร้อยก็หยิบมา ลองเปิดฟังพบว่าไม่ใช่เพลง
เป็นการอ่านกวีปนๆไปกับดนตรีแบ็คกราว จะว่าเพราะก็ไม่เพราะหรอกแต่มันน่าสนใจ ทั้งที่ฟังไม่ออกว่าพี่ชายนั่งเอามือกุมเป้าทั่นนี้แกบ่นอะไร
 
ลองเสิรชในเน็ทดู นอกจากจะไม่ทราบว่าแกบ่นอะไรแล้ว ยังพบว่าที่แท้แกเป็นผัวทั่นเซอร์ elton john ทั่นนี้นี่เอง 
เป็นคนเขียน lyric ให้ single ดังๆของทั่นเซอร์มานักต่อนัก 
 
 
 
อีกแผ่นที่เลือกจากปก ชื่อ guava jam (แยมฝรั่งขี้นก) เป็นเพลงของพี่ๆชาวฮาวาเอี้ยน ฟังแล้วแบบ ..ฮาว๊าย ฮาวาย
คนฮาวายเขามีเอกลักษณ์ดี ตัวคล้ำๆแดงๆ ล่ำหน่อย ยิ้มซื่อๆ เหมือนคนไทย มีพวงกล้วยไม้พันรอบคอ มือซ้ายถือสัปปะรดมาตั้งแต่เกิด
 
ที่ปกด้านในเค้าเขียนไว้งี๊..  "What is a guava ? well that is our whole point. You know what a pineapple is
---right? Well try something new  ...you will love guavas, and GUAVA JAM."  ..เข้าท่าแฮะ
 
เพลงสมัยโน้นค่อนข้างหลากหลายเอามากๆ มีทุกแนว ทุกประเทศ อย่างเพลงแนวฮาวายนี่ก็ขายกันซีเรียสจริงจังเลยนะ แต่เดี๋ยวนี้หายไปหมดแล้ว ไม่ฮิต
เคยหยิบแผ่นนึงมาหน้าปกเป็นรูปผู้หญิงเปลือยนม ลองเปิดฟัง เป็นเพลงแนวอีโรติกเอ็กซ์ ว่ากันตรงๆเป็นเสียงคนมีเซ็กส์คลอไปกับดนตรีดากๆ
ไม่เคยฟังจบแผ่นซักที  คงจะคล้ายๆสมัยนี้ที่คนดูหนังโป๊กันน่ะนะ แค่ว่ายุคนั้นมันมาได้แค่เสียง  ..ก็ยังดี
 
 
 
 
ร้านเฮียปักที่ว่านั่นที่จริงแกขายหลอด vacuum tube แต่ก็จะมีแผ่นเสียงเป็นพันๆแผ่น แบบว่าต้องนั่งรื้อกันเอาเอง เจอก็เจอ ไม่เจอก็เรื่องของมึง
โม้กันว่าร้านเฮียแกมีหลอดแยะที่สุดในประเทศไทย มีทุกยี่ห้อ ทุกประเทศ ที่เคยผลิตกันมา 
 
 
 
ไปร้านเฮียคราวนี้เพิ่งประจักษ์กับตาว่าแฟนคลับร้านเฮียแกมีแต่หนุ่มใหญ่วัยชรากันแน่นร้าน 
ด้วยความที่เราก็เล่นของเรามั่วๆคนเดียวตั้งแต่แรก นึกว่าวัยขบเผาะๆที่ไหนก็เล่นแผ่นเสียงซะอีก 
ถึงว่าสิของราคาเป็นหมื่นเป็นแสนเอามาประกาศขายในเน็ทยังมีคนบ้าตามไปซื้อ ถ้าเป็นวัยรุ่นนี่มีปัญญาซื้อ soken MP3 ก็บุญแล้ว
 
 
นอกจากจกได้มาห้าแผ่นแล้วยังแอบเด็ด sansui reverberation RA500 เก๋ๆตัวนี้มาอีกด้วย
อธิบายง่ายๆคือเจ้าตัวนี้เป็นตัวทำเสียงก้องๆ เหมือนอยู่ใน hall ใหญ่ๆน่ะ ถ้าเป็นเดียวนี้คลิกๆในวินแอมป์สองทีก็ได้เสียงนี่มาแล้ว
ประโยชน์น้อยหน่อย ไม่มีใครเอา ถูกวางในหลืบฝุ่นจับ เฮียแกแทบจะยกให้ฟรีๆ ถึงปานนั้นก็ยังหน้าด้านซื้อมาตัวละพันห้า 
ชอบที่มันสวย ยังใช้งานได้ดี ต่อผ่านกีต้าร์แทนเอฟเฟ็คเชยๆก็ยังพอไหว ของจริงสวยกว่าในรูปนิดหน่อย
 
 
 
 



อ่านหนังสือของ วานิช แล้วรู้สึกอินอย่างปะหลาด เหมือนว่าเป็นร่างอวตาร์กันมาเลยทีเดียว
ชอบที่ปกหลังแกเขียนเอาไว้ประมาณว่า 

..ไอ้การจะเขียนถึงเรื่องของตัวเองเนี่ย มันจะมีเส้นแบ่งที่มองไม่เห็นขีดเอาไว้
ซึ่งคนเขียนเองจะต้องมองให้เห็นไอ้เส้นที่มองไม่เห็นนี่ให้ได้ เอาให้พอดีๆ ไม่ต้องเขียนให้ตัวเองดูหล่อเทพเกินไป
เล่าเรื่องตัวเองให้เหมือนเขียนเรื่องคนอื่น

(บันทัดสุดท้ายนั่น เพิ่มเข้าไปเองไม่ได้มีอยู่บนปกนะ)
เล่มนี้ซื้อมานานแล้ว แต่เราว่ามันน่าจะเชยๆเน่าๆเขียนเรื่องตัวเองอะไรอย่างงี๊ 
ไม่กล้าอ่าน เพิ่งจะมาเร่ิมอ่านอีตอนที่เห็นปกหลังนี่แหละ

อ่านแล้วรู้สึกปานว่าตัวเองเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเองกับมือซะอย่างงั้น
มันก็เหมือนว่าเป็นธรรมดาของคนวัยโน้นวัยนี้ มองเข้าไปลึกๆข้างในจะรวยมากจะจนน้อย มันก็เหมือนกันหมดไง 
อย่างตอนเป็นเด็กนี่อะไรก็ดูหวือหวาใหม่ๆไม่เคยพบเคยเห็น 
พอเป็นวัยรุ่นพลังเยอะ เริ่มเป็นผู้ใหญ่แต่ยังรักสนุกเป็นเด็กๆทำโน่นนี่นั่นได้ เหนื่อยยาก สนุกง่าย
พอเริ่มทำงานก็ซังกะตายอย่างที่เห็นๆกันอยู่ ส่วนแก่กว่านี้จะเป็นยังไงตอนนี้ยังไม่ทราบ 
เราก็บอกได้แค่วัยที่เราเคยผ่านมา 

แต่หนังสือเล่มนี้คนเขียนเขาอายุหกสิบแล้วไง เขาก็เล่าได้หมดทุกวัย 
นี่ถ้าตายแล้วยังเล่าได้ แกคงเล่าไปแล้ว เพราะแกตายไปแล้วจริงๆ
 
ใครอยากแอบทราบว่าแก่กว่านี้จะเจออะไรบ้างคิดยังไงบ้าง 
ก็น่าจะลองหามาอ่านดูไม่เลี่ยน ไม่ต้องไปสนใจอะไรอื่นให้มากมาย จับผิดความคิดตามวัยนี่แหละ 
 
..จะได้เตรียมตัวชราอย่างมีสไตล์
 
 


 



 
 
 
 
 
 

design : function : material

posted on 28 Nov 2010 10:38 by jesda-b

ทุกความด่วนมีค่าใช้จ่าย ทั้งที่รออีกหน่อยมันก็ไม่ด่วนแล้ว
ทุกความเพอเฟ็ก ต้องมีอะไรไปแลกมาอยู่บ่อยๆ ถ้าไม่ฟลุกน่ะนะ
 
ช้าหน่อยก็พอได้
 
เร็วไปด่วนไปก็วุ่นวาย ช้าไปก็เสียหาย พอดิบพอดีเกินไปดันเป็นไปไม่ได้ซะอีก
ทีวีไดเร็กขอเสนอแนวทางประณีประนอม ปรองดองในทุกกรณี แทงกั๊กเป็นว่าเล่น
ให้.. ทุกสิ่งอย่างดำเนินไปแบบ ปานกลางค่อนไปทางช้า ...งง
 
+++
 
มนุษย์เรามันต่างกันมากๆแม้ในเรื่องง่ายๆ บางคนชอบบางคนไม่ชอบ
คิดใคร คิดมัน น้องอึ๋มนักร้องแคลลอรี่บลาบลา กล่าวไว้น่าสนใจความว่า
"เพลงมันปะหลาด มันขึ้นอยู่กับความชอบของคนด้วย มันทำให้ไม่สามารถบอกได้ว่าเพลงไหนดีที่สุดในโลก เพลงไหนแย่ที่สุดในโลก"
ไอ้การจะไปบอกใครว่า แกไม่แนว ไม่อาร์ทฟังเพลงก็เชย มันก็พูดลำบาก 
 
+++
 
ณ เพลาหัวค่ำแห่งตลาดมืดวันศุกร์เมืองใหม่
 
ข้าพเจ้าพยายามหาข้อกำหนดที่แฟร์ๆกลางๆเชื่่อถือได้ เป็นข้ออ้างให้ตัวเองเวลาอยากได้อะไรซักอย่าง
ไอ้การจะเลือก ไม่เลือก การจะซื้อไม่ซื้อ ในกรณีที่เลิกซื้อได้ จะใช้อะไรเป็นเกณท์ดี
ในบันดาสิ่งของเส็งเคร็งของข้าพเจ้าล้วน summarize ออกมาด้วย three sweet word เหล่านี้แทบทั้งสิ้น
 
design : function : material 

เวลาที่อยากได้อะไรมากๆให้นึกถึงสามคำนี้ก่อน เข้าไปจับพลิกคว่ำพลิกหงาย 
ดูว่าสวยมั๊ย ฟังก์ชั่นการทำงานครบมั๊ย หรือเกินมั๊ยฟังก์ชั่นที่ไม่ค่อยได้ใช้ก็เป็น cost ที่เราต้องจ่ายทั้งหมด
วัสดุที่ใช้ทนรึเปล่า ส่วนเรื่องราคาข้าพเจ้าเชื่อว่าถ้ามันผ่านข้อกำหนดทั้งสามไปได้
ข้าพเจ้าก็ต้องหน้าด้านหาทางซื้อมาจนได้ไม่ทางใดก็ขโมยเอา

อย่างเห็นสินค้าจีนอย่าไปใจอ่อน โดยมากจะเน้นไปทางฟังก์ชั่นซะเยอะ ส่วนดีไซน์นี่เหลือรับประทาน
นอกจากว่าตัวไหนก๊อบเค้ามาเดี๊ยะๆ ก็ยังโอเคแบบก๊อบๆ แต่จุดอ่อนเลวๆของสินค้าจีนที่ข้าพเจ้ารับไม่ไหวจริงๆก็อีตรงวัสดุนี่แหละ

สินค้าพี่ไทยจำนวนไม่น้อย ฟังชั่นได้ วัสดุก็ดี แต่ดีไซน์สุดปลาแดก
ข้าพเจ้าแอบเชื่ออยู่ลึกๆว่าตลาดสินค้าในไทยยังเปิดกว้างอยู่มาก เพราะไม่มีลิงที่ไหนเน้นดีไซน์กันเลย 
 
..ลาไปแบบฮ่วยๆ
 
 
ไม่รู้ยังไง อะไรอะไรก็ไม่ทราบ อย่างงั้นอย่างงั้น
 
 
 
ไม่รู้จะทำอะไร แม้แต่อยู่เฉยๆ วันเบื่อๆผ่านมานั่งเอาสมองกับส้นเท้าหารือกันภายใน
พบแล้วว่าไม่มี activity ไหน cool เพียงพอ อันไหนอันไหนก็ทำมาบ้างแล้ว เบื่อไปบ้างแล้ว
 
วันนี้ออกไปนั่งข้างถนน จะมีอะไรเพลินเท่านั่งมองตูดเด็กมหาลัย
เพลินได้ไม่นานจึงพบว่าเป็น activity ที่ดูโรคจิตเกินไป 
 
จะไปทะเลก็มืดแล้ว จะไปกินข้าวร้าน coolๆก็เบื่อไปแล้ว ร้านไหนๆก็เหมือนๆกัน จะดูหนังก็ขี้เกียด
ลองเล่นกีตาร์ดู แต่ก็เพิ่งวางไปเมื่อกี๊นี่นะ โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ท ตลาดนัด
ร้านกาแฟ ขนมเค้ก เบียร์เย็นๆ ร้านหนังสือ กินไอติม ร้านนมขนมปัง 
 
นั่งนึกๆหา activity อยู่อย่างงั้น  คิดไปคิดมาจะกระดิกกระเดี้ยวไปไหนๆก็มีแต่เรื่องเสียเงินทั้งนั้น
โหซีวิต  ท่าไม่หาเงินมันจะอยู่ได้มั๊ยเนี่ย  
 
เดี๋ยวนี้เวลาเกิดอาการเจขึ้นมามันเบื่อน่ากัว  เบื่อแบบที่ทำอะไรก็ไม่หาย
อะไรที่เคยสนุก ผ่านไปนานๆก็เริ่มชิน เริ่มเบื่อ 
 
...
 
 
นั่่งตากลมดมตูดน้องๆมหาลัยอยู่นานประมาณหนึ่ง จึงค่อยได้ activity  
..ไปกินของหวานที่หนองมนดีกว่า.. ถ้วยละห้าบาทกินไปสองสามถ้วย  ก็ดี.. ตรงที่ไม่ค่อยได้มา
 
 
 
จบความเบื่อของวันนี้หวุดหวิด ..รอดตัวไปวันๆนึง